|
| ตลาดสำหรับระบบรักษาความปลอดภัยและระบบป้องกันอัคคีภัย |
| ■ |
ณ ปัจจุบัน ประเทศไทย เป็นหนึ่งในวงการตลาดด้านระบบรักษาความปลอดภัยและระบบป้องกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน |
| ■ |
คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (BMA) อยู่ระหว่างติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยแบบผสมผสานที่เชื่อมโยงกับกล้องตรวจตราประมาณ 10,000 ตัว ตามท้องถนนและสถานีขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯ |
| ■ |
การตลาดด้านระบบรักษาความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ ได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งในแต่ละจังหวัดได้มีการตั้งงบประมาณในโครงการเฝ้าระวังภัยมากถึง 30 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ |
| ■ |
ในปี 2552 การขายระบบรักษาความปลอดภัยแบบ IP และแบบอนาล็อก ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 และร้อยละ 15 ตามลำดับ โดยคาดการว่าจะเป็นการเติบโตอย่างคงที่ |
| ■ |
ตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อระบบรักษาความปลอดภัย อันประกอบไปด้วยการตรวจตราด้วยกล้องวีดีโอ การควบคุมทางเข้าออก การตรวจจับการบุกรุกและการทำรั้วกั้นรอบอาณาเขต ประมาณการว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 9.5 ล้านล้านบาท (280 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ) ในปี 2553 |
| ■ |
พร้อมกับการบังคับใช้กฎหมายการตรวจสอบการสร้างอาคาร โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดเครื่องส่งสัญญาณเตือนอัคคีภัยจะมีมูลค่าสูงถึง 60 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ และความต้องการระบบเตือนอัคคีภัยคาดว่าจะเติบโตขึ้นมากถึง 10 เท่า มีการคาดการณ์ว่าอาคารประมาณ 15,000 ถึง 20,000 หลังจะมีความต้องการระบบเตือนอัคคีภัยชุดใหม่ |
| ■ |
การย้ายหน่วยงานราชการไปยังศูนย์ราชการแห่งใหม่และการสร้างโครงการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยเช่น คอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ตลอดถึงอาคารสำนักงานและโรงงานอุตสาหกรรมได้ก่อให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการด้านระบบรักษาความปลอดภัยและระบบป้องกันอัคคีภัยสูงขึ้น |
| ■ |
ความวุ่นวายทางสังคมในเขตกรุงเทพมหานครในช่วงต้นปี 2553 ได้เพิ่มความตื่นตัวเกี่ยวกับความจำเป็นของระบบรักษาความปลอดภัย ดังนั้นอุตสาหกรรมด้านระบบรักษาความปลอดภัยจะยังคงเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง |
| |