ทำไมต้องเป็นประเทศไทย

ค่า GDP ของประเทศไทย เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 12 ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 15 ปี ด้วยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ตลาดเสรี นโยบายการลงทุนล่วงหน้าและอุตสาหกรรมการส่งออกที่แข็งแกร่ง ทำให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 140 ต่อเงินลงทุน 53,000 ล้านบาท(1.56 พันล้าน ดอลล่าห์สหรัฐ)
การลงทุนมหาศาลในด้านโครงสร้างขั้นพื้นฐาน กระตุ้นการตลาดระบบการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ
เศรษกิจที่แข็งแกร่งและการลงทุนด้านโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่มหาศาลของประเทศไทยได้กระตุ้นความต้องการที่จะแก้ปัญหาระบบความปลอดภัยที่หลากหลายภายในประเทศ
โครงการสำคัญๆ ประกอบด้วย
รัฐบาลจะมีการลงทุน1.43 ล้านล้านบาท (42.2พ้นล้านดอลล่าห์สหรัฐ) ในโครงการไทยเข้มแข็งภายในอีกสามปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างขั้นพื้นฐานเป็นหลัก
การขยายสนามบินสุวรรณภูมิส่วนที่ 2 ระหว่างปี 2553-2559 ได้ผ่านการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายงานประมาณการรายจ่ายประจำปีสำหรับระบบรักษาความปลอดภัยภายในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นจำนวนเงินถึง 48 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ
กระทรวงคมนาคมแห่งประเทศไทย ได้จัดทำแผนการลงทุนเกี่ยวกับการรถไฟในอีก 20 ปี ข้างหน้าไว้เป็นจำนวนเงิน 1 ล้านล้านบาท (30,000 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ)
ตลาดสำหรับระบบรักษาความปลอดภัยและระบบป้องกันอัคคีภัย
ณ ปัจจุบัน ประเทศไทย เป็นหนึ่งในวงการตลาดด้านระบบรักษาความปลอดภัยและระบบป้องกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (BMA) อยู่ระหว่างติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยแบบผสมผสานที่เชื่อมโยงกับกล้องตรวจตราประมาณ 10,000 ตัว ตามท้องถนนและสถานีขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯ
การตลาดด้านระบบรักษาความปลอดภัยแบบอัจฉริยะ ได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งในแต่ละจังหวัดได้มีการตั้งงบประมาณในโครงการเฝ้าระวังภัยมากถึง 30 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ
ในปี 2552 การขายระบบรักษาความปลอดภัยแบบ IP และแบบอนาล็อก ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 และร้อยละ 15 ตามลำดับ โดยคาดการว่าจะเป็นการเติบโตอย่างคงที่
ตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อระบบรักษาความปลอดภัย อันประกอบไปด้วยการตรวจตราด้วยกล้องวีดีโอ การควบคุมทางเข้าออก การตรวจจับการบุกรุกและการทำรั้วกั้นรอบอาณาเขต ประมาณการว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 9.5 ล้านล้านบาท (280 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ) ในปี 2553
พร้อมกับการบังคับใช้กฎหมายการตรวจสอบการสร้างอาคาร โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดเครื่องส่งสัญญาณเตือนอัคคีภัยจะมีมูลค่าสูงถึง 60 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ และความต้องการระบบเตือนอัคคีภัยคาดว่าจะเติบโตขึ้นมากถึง 10 เท่า มีการคาดการณ์ว่าอาคารประมาณ 15,000 ถึง 20,000 หลังจะมีความต้องการระบบเตือนอัคคีภัยชุดใหม่
การย้ายหน่วยงานราชการไปยังศูนย์ราชการแห่งใหม่และการสร้างโครงการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยเช่น คอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ตลอดถึงอาคารสำนักงานและโรงงานอุตสาหกรรมได้ก่อให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการด้านระบบรักษาความปลอดภัยและระบบป้องกันอัคคีภัยสูงขึ้น
ความวุ่นวายทางสังคมในเขตกรุงเทพมหานครในช่วงต้นปี 2553 ได้เพิ่มความตื่นตัวเกี่ยวกับความจำเป็นของระบบรักษาความปลอดภัย ดังนั้นอุตสาหกรรมด้านระบบรักษาความปลอดภัยจะยังคงเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
 
Sitemap        
ข้อมูลการจัดงาน
ภาพรวมของงาน
การจัดงานครั้งที่ผ่านมา
ตลาดในประเทศ
ผู้สนับสนุน
แผนผังงาน
ผู้จัดงาน
ผู้เข้าร่วมงาน
เหตุผลในการเข้าร่วมงาน
ข้อมูลผู้เข้าร่วมงาน
ข้อมูลผู้เข้าชมงาน
จองพื้นที่
ร่วมเป็นผู้สนับสนุน
ศูนย์ดาวน์โหลดข้อมูล
เข้าสู่ระบบ
ผู้เข้าชมงาน
ลงทะเบียนเข้าชมงาน
รายชื่อผู้เข้าร่วมงาน
สินค้าที่จัดแสดง
สถานที่จัดงานและการเดินทาง
โรงแรมและที่พัก
สัมมนาและกิจกรรม
GDSF Thailand
สัมมนาด้านอัคคีภัยและอุบัติภัย
อาคารอัจฉริยะ
การสาธิตอุปกรณ์กล้อง IP
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
ความเคลื่อนไหวของงาน
แถลงข่าว
ข่าวผู้เข้าร่วมงาน
Welcome
Secutech
Secutech Vietnam
Secutech India
asmag.com